แป้งมะพร้าว ตรา โคโค่


ขนาด 300 กรัม จำนวน 12 ถุง / ลัง (น้ำหนักรวม 3,600 กรัม)

รหัสสินค้า CC019

ราคา 1,800.00 บาท/ลัง

ขนาดบรรจุ :


(ส่งฟรีทั่วประเทศ)

Discount

ลัง Buy Now


*หมายเหตุ สินค้าซื้อแล้วไม่รับคืน

1,800.00 1,600.00 บาท/ลัง
ประหยัด 200.00 บาท/ลัง

รายละเอียดสินค้า


แป้งมะพร้าว

แป้งเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง ผลิตจากเนื้อมะพร้าว สามารถนำมาใช้ทำเบเกอรี่ต่าง ๆ เพื่อทดแทนแป้งสาลีได้ 100% หรือ ทดแทนบางส่วน

แป้งมะพร้าวไม่มีกลูเตนที่ก่อให้เกิดการแพ้
แป้งมะพร้าวมีปริมาณใยอาหารสูงถึง 60% จึงช่วยลดแคลอรี่ในอาหารที่ใช้แป้งมะพร้าวเป็นส่วนผสม แป้งมะพร้าวจัดเป็นแป้ง LOW GI จึงเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ควบคุมน้ำหนัก

GI (Glycemix Index) เป็นเลขดัชนีที่ใช้วัดการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสเทียบกับอาหารมาตรฐาน (ข้าวเจ้า)

GI ต่ำ คือมีการดูดซึมได้ช้า ทำให้ระดับน้ำตาลในร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงเร็ว

- Gluten Free
- Low GI
- High Fiber

แป้งมะพร้าวใยอาหารสูง (High-Fiber Coconut Flour) ผลิตและจัดจำหน่าย โดย บจก.เอเซียติค ฯ เป็นแป้งที่ได้จากเนื้อมะพร้าว (white coconut meat) โดยใช้ส่วนที่เป็นกากมะพร้าวนำมาโม่ (milling) ให้เป็นผงละเอียด

คุณสมบัติที่สำคัญของแป้งมะพร้าว คือ ไม่มีกลูเตน มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ และมีไฟเบอร์สูงที่สุดในมวลแป้งทั้งหมด จึงเป็นข้อดีของแป้งมะพร้าวที่เด่นกว่าแป้งทั่วไป แป้งมะพร้าวเหมาะสมนำไปใช้ทำขนมแป้งอบชนิดต่างๆ เช่น คุกกี้ มัฟฟิน ขนมปัง เค้ก และ แพนเค้ก เป็นต้น การบริโภคอาหารหรือของทานเล่นที่ทำด้วยแป้งมะพร้าว จะช่วยในด้านการรักษาระดับน้ำหนักที่เหมาะสมกับร่างกาย ดังนั้น กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องระมัดระวังในเรื่องน้ำหนัก หรือร้านจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ จะหันมาใช้แป้งมะพร้าวในการทำอาหารหรือ ขนมแป้งอบ นอกจากนี้ แป้งมะพร้าวมีไขมันชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเยอะ เหมือนกับที่ทำไมใครๆถึงฮิตทานน้ำมันมะพร้าว เพราะมี saturate fat ที่ดี ช่วยระบบเผาผลาญอาหาร ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด คนที่ลดคาร์บหรือเป็น low carb diet นี่ชอบมากๆ


คุณลักษณะของแป้งมะพร้าว

- ไม่สามารถใช้ทดแทนแป้งสาลีและแป้งชนิดอื่นๆ ได้ในอัตราส่วน 1:1
- มีคุณสมบัติในการดูดซึมของเหลวอย่างดี และในการทำเบเกอรี่จะใช้แป้งมะพร้าวจ้านวนเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับสูตรที่ใช้แป้งสาลีหรือแป้งชนิดอื่นๆ โดยทั่วไปการทำเบเกอรี่จะใช้แป้งมะพร้าว 1/3 ถึง ¼ ถ้วย (1 ถ้วย = 112 กรัม) เพื่อทดแทนแป้งสาลี 1 ถ้วย และทุกๆ แป้งมะพร้าว 1 ถ้วย จะต้องใช้ไข่ประมาณ 6 ฟองและของเหลวอื่นๆ อีกประมาณ 1 ถ้วย (ประมาณ 240 กรัม)
- แป้งมะพร้าวมักจะจับตัวกันเป็นก้อนได้ง่าย ดังนั้นในการทำเบเกอรี่ควรร่อนแป้งก่อน รวมทั้งต้องคนให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ อย่างดี ทั้งนี้ เนื่องจากแป้งมะพร้าวไม่มีกลูเต็น จึงสามารถใช้เวลาในการคนได้เท่าที่ต้องการโดยจะไม่ส่งผลให้ขนมเนื้อแน่นขึ้นแต่อย่างใด (ควรพิจารณาถึงการใช้ไข่ในสูตรเช่นกัน หากมีการตีไข่ให้ขึ้นฟูก่อน การคนนานเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อการขึ้นฟูของขนมได้)
- แป้งมะพร้าวมีเนื้อหนักและค่อนข้างแห้ง ทำให้ขนมที่ทำจากแป้งมะพร้าวจะเนื้อค่อนข้างแน่นและแห้ง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ไข่หรือผักผลไม้บดอื่นๆ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในเนื้อขนมได้
- ควรเก็บแป้งมะพร้าวไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทในที่เย็นและแห้ง เช่นตู้เย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเปิดใช้แล้ว

ปริมาณการใช้แป้งมะพร้าว
เวลาเราทำเค้กหรือเบเกอรี่ด้วยแป้งมะพร้าว เราใช้แค่ ¼ ของปริมาณที่สูตรต้องการจากแป้งสาลีเท่านั้นค่ะ (แต่เราต้องไปเพิ่มปริมาณของเหลว เช่น ไขมันหรือไข่ เพราะแป้งมะพร้าวจะดูดน้ำแล้วพอง)
ดังนั้น ถ้านับคุณค่าพลังงานทางอาหารหรือคาร์บเบ็ดเสร็จที่เราทำเค้กออกมา 1 ชิ้น จะยิ่งต่ำมาก


- ควรบริโภคก่อนวันที่ระบุบนฉลาก
- เก็บในที่แห้งและเย็น ปราศจากกลิ่น และหลีกเลี่ยงแสงแดด

เมนูอร่อย


เมนูอร่อย... กับแป้งมะพร้าว ตรา โคโค่


 

คุกกี้คอนเฟลกซ์ : Cornflakes cookies [Gluten Free]

ส่วนผสม
โคโค่ แป้งมะพร้าว
45 กรัม
ข้าวโอ๊ต
80 กรัม
แป้งมันสำปะหลัง
100 กรัม
ลูกเกดดำ
80 กรัม
คอร์นเฟลกซ์
100 กรัม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับหยาบ
120 กรัม
ไข่ไก่ เบอร์ 3
2 ฟอง
เนยจืด
160 กรัม
น้ำตาลทราย
30 กรัม
ผงฟู
1.5 กรัม
เบคกิ้งโซดา
2.5 กรัม
เกลือ
1 กรัม
ผงวานิลลา
0.2 กรัม
แบะแซ
62.5 กรัม
น้ำผึ้ง
25 กรัม

วิธีทำ

1. ร่อน โคโค่ แป้งมะพร้าว แป้งมันสำปะหลัง, ผงฟู, baking soda, เกลือให้เข้ากันพักไว้
2. ตีเนยเย็นกับน้ำตาลทรายแดงให้ขึ้นฟูเนื้อเนียน หลังจากนั้นไส่ไข่ไก่ผสมให้เข้ากันตามด้วยกลิ่นวานิลลา, กลูโคสไซรับ, น้ำผึ้ง
3. ใส่แป้งที่พักไว้ (ข้อ1) คนผสมพอให้เข้ากัน ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลูกเกดและข้าวโอ้ตใช้ไม้พายผสมให้เข้ากัน
4. ใส่คอร์นเฟลกซ์คนเบาๆให้พอทั่วกัน ปั้นขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ~5 cm (น้ำหนัก~26 กรัม/ชิ้น)
5. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศา เป็นเวลา 24-28 นาที (หรือให้สังเกตเนื้อคุกกี้มีสีน้ำตาลอ่อนสวย)
6. นำออกมาผึ่งบนตะแกรงให้เย็นสนิทก่อนเก็บ (ได้ทั้งหมด~32-34 ชิ้น/สูตร)

Tips

- สามารถปรับเปลี่ยนถั่ว และลูกเกด เป็นถั่วอื่น และผลไม้แห้งอื่นได้ตามชอบ
- ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 7 วัน เนื่องจากจะทำให้มีกลิ่นรสของ โคโค่ แป้งมะพร้าว ออกมามาก
- โคโค่ แป้งมะพร้าว มีคุณสมบัติที่ดีมาก เมื่อนำมาทำคุกกี้นี้ เพราะช่วยให้คุกกี้คงตัว ขึ้นรูปได้ดี และมีเนื้อสัมผัสกรอบนุ่ม

กราโนล่าบาร์ : Granula Bars with Dried Fruits [Gluten Free]

ส่วนผสม
โคโค่ แป้งมะพร้าว
15 กรัม (5 ช้อนโต๊ะ)
ข้าวโอ้ต (Quick Oat)
14 กรัม
อัลมอนด์
56 กรัม
แครนเบอรี
39 กรัม
น้ำผึ้ง
29 กรัม
เกลือ
1.4 กรัม
น้ำมันพืช
52 กรัม
แบะแซ
143 กรัม
น้ำตาลทราย
9 กรัม

วิธีทำ

1. ใส่ส่วนผสมข้าวโอ้ต,อัลมอนต์,แครนเบอรรี่,เม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงในชามผสม คนผสมให้เข้ากัน
2. ใส่โคโค่ แป้งมะพร้าวผสมให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำตาลมะพร้าว,เกลือ,น้ำมันพืช คนผสมให้เข้ากัน
3. ใส่น้ำผึ้งคนผสมให้เข้ากัน ตามด้วยกลูโคสไซรัป(แบะแซ) ค่อยๆใส่ทีละน้อยๆคนผสมจนส่วนผสมเข้ากันดีทั้งหมด
4. นำกระดาษรองขนมอบวางใส่ถาด ใส่ขนมลงถาดแล้วกดขนมให้แน่นเสมอพิมพ์อบ
5. นำขนมเข้าอบที่อุณหภูมิ 150° C เป็นเวลา 20 นาที หลังจากนั้นปรับอุณหภูมิเป็น 130°C เป็นเวลา 5 นาทีหรือจนกว่าขนมจะมีสีเหลืองหรือความนุ่มกรอบตามที่ต้องการ
6. นำขนมออกจากตู้อบ แล้ววางทิ้งไว้ให้เย็นขนมจะกรอบนุ่มพร้อมรับประทาน

Tips

- สามารถเลือกทานกราโนล่าบาร์แทนขนมขบเคี้ยวอื่น ๆ ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า
- ควรบริโภคให้หมดภายใน 2 สัปดาห์

นิวยอร์คชีสเค้ก : New York Cheesecake [High Fiber Added]

ส่วนผสมฐาน
คุกกี้ หรือแครกเกอร์ที่ชอบ
90 กรัม
โคโค่ แป้งมะพร้าว
10 กรัม ( ¼ ถ้วยตวง)
เนยจืด (ละลาย)
50 กรัม
ส่วนผสมตัวเค้ก
ครีมชีส
250 กรัม
นมสด
50 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย
75 กรัม
ซาวน์ครีม
50 กรัม
ไข่ไก่
1 ฟอง
กลิ่นวานิลลา
1 ช้อนชา
โคโค่ แป้งมะพร้าว
7 กรัม

วิธีทำ

1. สำหรับฐาน นำแครกเกอร์บดผสมกับแป้งมะพร้าวให้เข้ากันและละเอียดดี
2. นำเนยละลายเทลงผสมในแครกเกอร์ที่บดแล้วให้เข้ากันทั่ว แล้วนำไปกรุลงในพิมพ์ขนาด 8 นิ้ว แบบถอดก้นออกได้ ทาเนยให้ทั่วพิมพ์ก่อนกรุแครกเกอร์ นำเข้าอบ 8-10 นาที ที่ไฟ 175° C
3. ตีครีมชีสให้ครีมชีสอ่อนนุ่ม เนื้อเนียนฟู ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลลงตีผสมให้เข้ากันดี
4. ใส่นมสดลงไปตีให้พอเข้ากัน ตามด้วยซาวน์ครีม ไข่ไก่ คนผสมให้เข้ากัน เนียนดี
5. ใส่ โคโค่ แป้งมะพร้าว ลงไปตีผสมให้เข้ากัน พอไม่ให้เหลือเม็ดแป้ง
6. นำพิมพ์ที่กรุแครกเกอร์ไว้ มาห่อฟอยล์ด้านนอกรอบ ๆ พิมพ์ให้ทั่ว อย่าให้ฟอยล์ขาด
7. เทครีมชีสที่ผสมเสร็จแล้วลงในพิมพ์ที่ห่อฟอยล์ไว้แล้ว นำไปวางลงบนถาดอบที่ใส่น้ำร้อนไว้ (อบแบบรองน้ำ)
8. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 175° C เป็นเวลา 40 นาที จนผิวหน้าเหลืองสวย
9. พักไว้ให้เย็นสนิท ก่อนนำเข้าตู้เย็นแช่ทิ้งไว้อีก 5-6 ชั่วโมง ก่อนนำมาตัดรับประทาน หรืออาจรับประทานคู่กับผลไม้สด หรือซอสบลูเบอร์รี่

แพนเค้ก : Basic pancake for all [High Fiber Added]

ส่วนผสม
แป้งเค้ก
80 กรัม
โคโค่ แป้งมะพร้าว
20 กรัม ( ½ ถ้วยตวง)
เกลือ
1 หยิบ
ผงฟู
½ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย
45 กรัม (4 ช้อนโต๊ะ)
นมสด
200 มิลลิลิตร
น้ำมันพืช
1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
ไข่ไก่
1 ฟอง
กลิ่นวานิลลา
1 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ร่อนแป้งเค้ก กับ โคโค่ แป้งมะพร้าว ผงฟู เกลือ น้ำตาลทรายผสมกัน พักไว้
2. ตีไข่ไก่กับนมสดให้เข้ากัน ในชามผสม ตามด้วยกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน
3. แบ่งใส่แป้งที่ร่อนผสมแล้ว ลงในชามผสม ตะล่อมให้เข้ากันดี จนหมด ค่อยใส่น้ำมันพืชลงไปผสมให้เข้ากัน
4. พักแป้งทิ้งไว้สัก 10 นาที ก่อนนำไปทอดไฟอ่อนๆ รอให้เกิดฟองอากาศผุดขึ้นมา กลับข้างทอดอีกด้านให้สุก ทานคู่กับเนย และน้ำผึ้ง หรือเมเปิ้ลไซรัป

Tips

- ไม่แนะนำให้เก็บแป้งดิบที่ผสมแล้วไว้ข้ามคืน เพราะจะทำให้แป้งข้นมาก เนื้อสัมผัสที่ได้จะเปลี่ยนไป

มัฟฟินช็อคโกแลตชิฟ : Chocolate Chips Muffin [High Fiber Added]

ส่วนผสม
โคโค่ แป้งมะพร้าว
20 กรัม ( ½ ถ้วยตวง)
แป้งอเนกประสงค์
167 กรัม ( 2 ถ้วยตวง)
เนยจืดละลาย
75 กรัม
น้ำตาลป่น
105 กรัม
ผงฟู
1 ช้อนโต๊ะ
Baking soda
¼ ช้อนชา
ช็อกโกแลตชิพ
135 กรัม
Sour cream
190 กรัม
ไข่ไก่
2 ฟอง
เกลือ
½ ช้อนชา
กลิ่นวานิลลา
½ ช้อนชา

วิธีทำ

1. ร่อนแป้งเค้ก กับ โคโค่ แป้งมะพร้าว ผงฟู เบคกิ้งโซดา น้ำตาลป่น และเกลือ เข้าด้วยกันพักไว้
2. ผสมเนย ไข่ไก่ กลิ่นวานิลลา และ Sour cream ให้เข้ากัน เทลงในแป้งที่พักไว้ ตามด้วยช็อกโกแลตชิพ ตะล่อมส่วนผสมทุกอย่างให้พอเข้ากันดี
3. เทใส่พิมพ์มัฟฟินให้สูง ¾ ของพิมพ์ โรยหน้าด้วยช็อกโกแลตชิพเล็กน้อย
4. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180°C เป็นเวลา 20 นาที
5. จะเสิร์ฟร้อนๆ หรือพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิทก่อนเก็บใส่ภาชนะ

Tips

- หากทานร้อนให้อุ่นด้วยไมโครเวฟสัก 15-20 วินาที เพื่อรสชาติที่ดียิ่งขึ้น
- สามารถปรับเปลี่ยนช็อกโกแลตชิพเป็นบลูเบอร์รี่่แทนได้

ดินเนอร์โรล : Dinner Roll [High Fiber Added]

ส่วนผสม
แป้งอเนกประสงค์
200 กรัม
โคโค่ แป้งมะพร้าว
20 กรัม ( ½ ถ้วยตวง)
นมสด
120 มิลลิลิตร
เนยจืด
55 กรัม
น้ำตาลทราย
25 กรัม
เกลือ
½ + 1/8 ช้อนชา
ยีสต์
1¼ ช้อนชา
น้ำอุ่น
120 มิลลิลิตร
งาขาว หรืองาดำ
3 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ตวงแป้งอเนกประสงค์ และ โคโค่ แป้งมะพร้าว ในชามผสม คนให้แป้งทั้ง 2 ผสมกันทั่ว
2. อุ่นนมในไมโครเวฟให้ร้อน ใส่น้ำตาลทราย เกลือ และเนยสด 40 กรัมลงคนให้ละลายทั้งหมด ทิ้งไว้ให้อุ่น ๆ ในโถผสม
3. เติมน้ำอุ่น แป้งที่ผสมแล้วครึ่งหนึ่ง และยีสต์ ลงไปในโถผสม ใช้หัวตีใบไม้ (หรือหัวตะกร้อ) ตีให้ส่วนผสมพอเข้ากันเนียนดี
4. เติมแป้งที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งลงไป เปลี่ยนหัวตีเป็นตะขอ ตีด้วยความเร็วปานกลาง 10 นาที เนื้อแป้งจะหนืดเป็นโดว์
5. เทแป้งโดว์ที่ได้ออกมาพักในชามอ่าง (ทาเนยให้รอบอ่างก่อน) พักแป้งไว้ 1 ชั่วโมง
6. เมื่อโดว์ขยายตัวขึ้นแล้ว ชกไล่ลมออกให้แฟบ ก่อนนำมานวดให้เนื้อแป้งเนียนดี
7. ตัดแบ่งแป้งโดว์ที่ได้ออกเป็น 9 ส่วนเท่า ๆ กัน
8. นำเนยที่เหลือไปละลาย แบ่งมาทาถาดอบเล็กน้อย ที่เหลือนำมาทาหน้าก้อนโดว์ทั้งหมด
9. แล้วนวดคลึงแป้งโดว์ทั้ง 9 ก้อนให้เป็นก้อนกลม หน้าเนียนเรียบดี จัดเรียงใส่ถาดอบ โรยหน้าด้วยงาให้ทั่ว
10. เอาผ้า หรือพลาสติกใสคลุมพักไว้ 30 นาที ระหว่างนี้อุ่นเตาอบไว้ที่ 175° C
11. เมื่อโดว์ขึ้นฟูดีแล้ว นำเข้าอบ 17-20 นาที จนผิวหน้าเหลืองสวย
12. รับประทานตอนอุ่นๆ หรือนำออกมาผึ่งให้เย็นสนิทบนตะแกรง ก่อนจัดเก็บใส่ภาชนะ

Tips

- เลือกใช้งาดิบในการทำ
- การขึ้นรูปของโดว์ที่มีส่วนผสมของ โคโค่ แป้งมะพร้าว จะเหลวกว่าแป้งสาลี ดังนั้นจะมีลักษณะบานข้างมากกว่าฟูสูงขึ้นด้านบน
- สามารถขึ้นรูปเป็นทรงกลมได้ แต่ต้องมีพิมพ์มารองรับ
- สามารถนำไปดัดแปลงทำเป็นแป้งขนมปังสำหรับเบอร์เกอร์ได้

ช็อคโกแลตลาวา : Chocolate Lava Cake [High Fiber Added]

ส่วนผสม
เนยจืด
113 กรัม (½ ถ้วยตวง)
โคโค่ แป้งมะพร้าว
1 ช้อนชา (1 กรัม)
แป้งอเนกประสงค์
1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย
30 กรัม
Semi-sweet chocolate
80 กรัม
Unsweetened chocolate
หรือ Bitter
40 กรัม
 
ไข่แดง
2 ฟอง
ไข่ไก่
2 ฟอง
เกลือ
1/8 ช้อนชา
กลิ่นวานิลลา
1 ช้อนชา
น้ำตาลไอซิ่ง
1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ตั้งหม้อต้มน้ำร้อน นำเนยกับช็อกโกแลตใส่ชามผสมตั้งบนหม้อน้ำร้อน คนให้ละลายเข้ากัน เป็นเงาวาวพักไว้ให้เย็น
2. เตรียมถ้วยฟอยล์ หรือพิมพ์มัฟฟิน นำมาทาเนยจืดบางๆ โรยแป้งอเนกประสงค์ให้ติดเนยทั่ว แล้วเคาะแป้งออก
3. ใช้ตะกร้อมือตีไข่แดงกับไข่ไก่ให้เข้ากัน ทยอยใส่น้ำตาล ตีให้เข้ากันจนหมด ใส่เกลือ คนให้เข้ากัน
4. เทช็อกโกแลตที่เย็นแล้วลงผสมในไข่ ตีให้เข้ากัน เนียนเป็นเนื้อเดียว ตามด้วยกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน
5. ใส่แป้งอเนกประสงค์ และ โคโค่ แป้งมะพร้าว ลงไปคนผสมให้พอเข้ากันดี
6. เทส่วนผสมที่ได้ลงในพิมพ์สูง ¾ ของพิมพ์ นำเข้าอบไฟ 175° C เป็นเวลา 7-10 นาที
7. นำออกมาจากเตา คว่ำและเคาะออกจากพิมพ์ใส่จาน โรยน้ำตาลไอซิ่งเล็กน้อย เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมตามชอบ

Tips

- หากใช้ถ้วยกระเบื้องหรือเซรามิค เวลาในการอบควรเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย 3-5 นาที
- หากอยากได้ลักษณะลาวาที่เหลวมาก สามารถลดเวลาอบได้ เหลือ 5-7 นาที
- ส่วนผสมที่ผสมเสร็จแล้วหากทานไม่หมด สามารถเทใส่พิมพ์ที่พร้อมอบปิดฝาไว้ เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 1-2 วัน หากจะทานค่อยนำมาอบ แต่ลักษณะของลาวาที่ได้จะข้นหนืดกว่าปกติ
- หากชอบทานหวาน อาจเลือกใช้ Semi-sweet chocolate ทั้งหมด 120 กรัมเลยก็ได้ หรืออาจรับประทานคู่กับผลไม้สด หรือซอสบลูเบอร์รี่

บัตเตอร์เค้ก : Butter Cake [Gluten Free]

ส่วนผสม
โคโค่ แป้งมะพร้าว
170 กรัม
นมสด
250 กรัม
ไข่ไก่
160 กรัม
เนยสด
150 กรัม
น้ำตาลทราย
170 กรัม
เกลือ
2 กรัม
เบคกิ้งโซดา (ผงฟู)
4.6 กรัม
วนิลาผง
4.9 กรัม

วิธีทำ

1. ร่อน โคโค่ แป้งมะพร้าว และผงฟู เข้ากัน
2. ตีเนยกับน้ำตาลด้วยความเร็วกลางจนได้ครีมฟูเบา ใส่ไข่ตีต่อจนส่วนผสมเข้ากัน
3. ละลายวนิลาผงและเกลือลงในนม ใส่นมผสมเข้ากันกับส่วนผสมข้อ 2 แล้วจึงค่อยเติมแป้งลงไป ทำซ้ำ สลับกันไปเรื่อย ๆ
4. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ให้แน่น
5. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 170-180° C นาน 50 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุก